[SF] The Behind Menteur

posted on 16 Aug 2010 00:23 by lapinroz
Title: The Behind Menteur
Author: lapinroz
Rating: pg-13
Pairing/Characters: Junhyung x Hyunseung
Disclaimer: this fiction bears no resemblance to Real Life and these people are not owned by me.
A/T : ภาคต่อของpassionatoค่ะ ^^





 

 


เอาไงต่อดี?


เมื่อ12ชั่วโมงที่แล้วก็ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าพอถึงที่นี่แล้วจะทำอะไรต่อ คิดแค่ว่ายังไงก็ต้องถึงที่นี่ให้เร็วที่สุด...เท่านั้นเอง

งี่เง่าชะมัด..ยง จุนฮยอง....นี่คิดว่าปารีสมันแคบนักเหรอไงวะ..ไม่รู้ทางอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ..ไม่ได้ถามไอ้ดุจุนต่อเสียด้วยสิ

ให้ตายเหอะ!


ตาเรียวมองออกไปภายนอกโดมใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยกระจกใส แสงแดดลอดผ่านเข้ามากระทบใบหน้า

..อย่างน้อยตอนนี้ที่นี่ก็ไม่ใช่ฤดูฝน..อย่างน้อยมันก็ตามเขามาถึงที่นี่ไม่ได้..




เหมือนจะกลายเป็นกิจวัตรไปเสียแล้วที่ดูจุนจะต้องมาหาเพื่อนของเขาที่ไนท์คลับทุกเย็นหลังจากส่งโยซอบที่ร้านไอ้บยองฮี

ร้านมืดทึบมีเพียงแสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาจากหน้าต่างที่น่าจะเรียกว่าช่่องสี่เหลี่ยมเล็กๆมากกว่าเท่านั้น

แต่ถึงจะมืดยังไงก็ยังคงเห็นร่างโปร่งในสภาพที่ดูไม่ได้เอาเสียเลยภายในกลุ่มควันสีขาวขุ่น..


'ถ้ามึงเลิกสูบบุหรี่ทั้งวันทั้งคืนแบบนี้กูมีรางวัลให้ด้วยแหละ' ดูจุนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

'มึงจะสื่ออะไรวะ- -' ถึงกระนั้นมือเรียวก็ยังคงคีบมวนบุหร่สีขาวไว้อยู่ดี ..ก็ทำไมเขาต้องเชื่อ?

'โยนไอ่ซองสุดท้ายของมึงมาเลย'

'ทำไมกูต้องฟังมึงด้วยวะ?'


'โยซอบฝากไอ้นี่มาให้มึง'

'อือ' ตอบรับไปแต่สายตาของจุนฮยองยังคงง่วนอยู่กับการจุดบุหรี่มวนใหม่


'จากฮยอนซึง'

'........' แค่ชื่อนั้นก็ทำให้เขาชะงักได้แล้ว..


'โยนทั้งหมดนั่นลงถังขยะก่อน เดี๋ยวกูให้มึง' ดูจุนโบกโปสการ์ดในมือไปมา

'ทำตัวเหมือนแม่เลยนะมึง..มึงแม่ง..อยู่กับโยซอบมากเกินไปแล้วว่ะ ' ปากบ่นแต่ก็ยอมทำตามอยู่ดี

มือเรียวกวาดทุกอย่างบนเคาท์เตอร์บาร์ลงในถังขยะด้านข้างจนหมดแม้กระทั่งที่เขี่ยบุหรี่ที่ล้นไปด้วยมวนสีขาว

เสียงของที่เขี่ยบุหรี่สีดำกระทบลงพื้นเสียงดังก้อง...กระดาษสีขาวถูกวางลงแทนที่


'ที่ไหนวะ?' ภาพของตึกสีขาวสูงตรงหน้า..

'ปารีส..'


:

'




นั่นเป็นทุกอย่างที่เขาได้ยินก่อนที่จะรีบออกจากร้านทั้งอย่างนั้น รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่เสียแล้ว

จุนฮยองเดินลากกระเป๋าหนังใบโตอย่างไร้จุดหมาย..ออกไปก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่ดีว่ะ..


มือไล่กดหารายชื่อเพื่อนสนิทของเขาจากแบลคเบอรี่ในมือ..ที่พึ่งสุดท้ายในขณะนั้น



เฮ้ย...กูอยู่ปารีสแล้วว่ะ เออ..กูอยู่ได้..แต่ตอนนี้กูยังไม่มีที่พักเลยว่ะ ฮ่าๆๆ”



......................................

.......................


หลังจากตบตีกับไอ้คนขับแท๊กซี่อยู่นานในที่สุดก็มาถึงห้องไอ้ดูจุนเสียที...เขามั่นใจว่าภาษาอังกฤษของเขามันก็ไม่ได้แย่

แต่เหมือนว่ามันจะแย่มากสำหรับคุณลุงคนขับแท๊กซี่ แถมชื่อถนนที่ตั้งคอนโดไอ้ดูจุนก็อ่านยากชิบหาย..


มือเรียวกดล๊อคกลอนประตูก่อนจะมองไปรอบๆห้องสีขาว เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างยังคงอยู่ในที่ของมัน

บ้านไอ้ดูจุนมันคงรวยจนไม่รู้จะทำอะไรกันแล้วล่ะครับลูกมาเรียนนอกไม่กี่ปียังซื้อคอนโดทิ้งไว้ให้

แต่ก็ดี..เพราะดูท่าคงต้องอยู่ที่นี่อีกนานเลยล่ะ...


ร่างโปร่งวางกระเป๋าใบใหญ่ลงบนเตียงกว้าง ก่อนจะเดินไปหยุดลงตรงหน้าต่างบานใหญ่..ผ้าม่านสีขาวทิ้งตัวลงพื้นไม้สีขาวเปื้อนฝุ่น

มือเรียวเอื่อมดึงผ้าม่านผืนใหญ่ไปคล้องไว้ด้านข้าง แสงแดดอ่อนลอดผ่านเข้ามาทำให้เห็นฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งไปทั่วห้องกว้างสีขาว

..ไม่ได้ดูสะอาดเหมือนที่เห็น.. สายตามองลงไปเบื้อล่างภาพของเมืองที่วุ่นวาย เต็มไปด้วยผู้คนทีเ่ดินขวักไขว่ไปมา...


ฉันจะหานายเจอรึเปล่านะ?...จาง ฮยอนซึง...


..........

....


ไหล่กว้างกระแทกเข้ากับผู้คนที่สวนทางอีกครั้ง เสียงสบถด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจดังขึ้นเป็นพักๆ ด่าไปเขาก็ไม่เข้าใจหรอกนะ...

ไม่รู้ว่าเขาเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว ตลอดทาง ทุกฝีเท้าที่ก้าวออกไป..สายตาที่เอาแต่จับจ้องผู้คนที่เดินสวนผ่านไปมา

ก็แค่หวังว่าอาจจะเจอ..ก็เท่านั้น....แล้วนี่เขาจะกลับถูกรึเปล่าเนี่ย...


จุนฮยองสาวเท้าเข้าไปยังร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยผู้คนก่อนจะเลือกนั่งลงบนเบาะภายในมุมหนึ่งของร้าน

ถึงข้างนอกนั่นจะอากาศดีแค่ไหนแต่ยังไงเขาก็ไม่อยากอยู่กลางผู้คนมากมายอย่างนั้นอยู่ดี..ยังไม่ชินอยู่ดี

พนักงานค่อยๆวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ กาแฟดำภายในแก้วเซรามิกสีขาวตรงหน้าดูคุ้นตาราวกับ...

อ่า...ทุกอย่างที่เขาทำมันเชื่อมไปฮยอนซึงได้เสมอเลย..


โปสการ์ดใบเดิมถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง พลิกแล้วพลิกอีก ราวกับว่ามันจะทำให้เขาเจอฮยอนซึงได้อย่างนั้นล่ะ...

'Sacre Coeur Basilica'โบสธ์สินะ..ถ้าลองไปที่นั่นดูเขาจะเจอรึเปล่านะ?...เขาจะเชื่อมันได้อยู่รึเปล่า..พรหมลิขิต..

ร่างโปร่งถอนหายใจอีกครา ยกแก้วสีขาวขึ้นมาจิบหาแฟสีดำรสขม..เสียงแซแซ่ดภายในร้าน..ภาษาที่เขาไม่คุ้นเคย



...นาย...อยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม?...ฉันจะเจอนายใช่ไหม?




..............................

...............


ร่างบางรีบเดินฝ่าฝูงคนตามสองข้างทางถนน พอเริ่มเข้าฤดูร้อนผู้คนก็เลยออกมาเดินเล่นตามสองข้างทางมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน..

เขาก็น่าจะชินได้แล้ว...ก็เคยอยู่มาตั้ง3ปีแล้วนี่นะ...


ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ..แต่เขาก็ขึ้นรถไฟผิดสายจนได้...ถ้าไม่ใช่เพราะที่ร้านเพิ่งมีหนักงานลาออกไป เขาก็คงไม่ต้องมาส่งของเองแบบนี้

ยังไงมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาสักหน่อยนี่? ว่าแต่..ที่นี่มันที่ไหนล่ะเนี่ย ผ่านไปแค่ปีเดียวทำไมอะไรๆก็เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ได้นะ

แล้วสำหรับเขาล่ะ...เขาจะต้องรออีกกี่ปี.. อีกนานแค่ไหนเขาถึงจะลืมเรื่องทั้งหมดได้...ความผิดที่เขากระทำไว้..


ใกล้เวลาร้านปิดแล้ว..ออกมาหลงทางข้างนอกนี่ก็เสียเวลามากพอแล้ว สองขาก้าวออกไปด้วยความเร่งรีบ

ไหล่บางกระแทกเข้ากับชายหนุ่มโดยบังเอิญ เขาผิดเอง หากแต่ไม่ทันได้กล่าวคำขอโทษใดๆ ร่างสูงหายไปกับกลุ่มผู้คนเสียแล้ว

...ก็คงจะรีบ...เหมือนกัน...



เสียงโทรศัพท์เครื่องบางดังขึ้นพร้อมกับข้อความบนหน้าจอ


'พี่ครับ ผมปิดร้านให้แล้วนะ กลับบ้านดีๆนะครับ^^ - ดงอุน'



ร่างบางส่ายหน้ากับตนเอง..รบกวนหมอนั่นอีกแล้วสิ แล้วตอนนี้จะไปไหนดีล่ะ กลับบ้านไปก็อยู่คนเดียวอีกอยู่ดี

ถอนหายใจอีกคราก่อนจะสาวเท้าเข้าไปในร้านกาแฟชื่อดัง ป้ายไฟสีขาว-เขียวและเสียงแซแซ่ดของผู้คน

ตาคมเหลือบขึ้นมองผู้คนที่ต่อคิวอยู่หน้าเคาท์เตอร์ ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจก่อนที่จะทันคิดอะไร

สองเท้าก็ก้าวออกมาไกลจากร้านนั้นเสียแล้ว ใช่..เขายังก้าวไม่ถึงปลายคิวด้วยซ้ำ เขาไม่ได้ถอดใจ...

ก็แค่คนไม่กี่คน ถึงมากกว่านี้เขาก็ยังรอได้ หากแค่หนึ่งในนั้น...คุ้น....เหลือเกิน...


ฮยอนซึงรีบก้าวออกจากร้านด้วยความรวดเร็ว ไกลเกือบครึ่งโลกขนาดนี้ กว้างใหญ่ขนาดนี้ ...ไม่มีทางหรอก..

เขาเชื่ออย่างนั้น..ก็แค่คล้าย... ทรงผมนั้นประหลาดก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครทำนี่...


...ไม่ใช่คนคนนั้นหรอก...



..............................

...............



สุดท้ายก็ต้องถึงแท๊กซี่อีกครั้ง แถมโชเฟอร์ก็คุยไ่ม่รู้เรื่องอีกแล้ว กะอีแค่บอกทางกลับบ้าน ไม่คิดเลยว่าเขาจะต้องมาลำบากขนาดนี้

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเรียนภาษาฝรั่งเศสเสียแล้วล่ะมั้ง...


เสียง'คลิ๊ก'จากภายในประตูไม้ดังขึ้น ร่างโปร่งก้าวออกไปหยุดอยู่หน้าหน้าต่างบานกว้างอีกครา ภาพที่ต่างออกไปแม้จะยังไม่ข้ามวันเสียด้วยซ้ำ

เบื้องล่างไร้ซึ่งผู้คน ดวงไฟตามข้างทางค่อยๆสว่างขึ้น รถที่ขับผ่านไปมาประปราย..หมดวันเสียแล้วล่ะมั้ง..

มือเรียวเอื้อมดึงผ้าม่านผืนกว้างปิดลง หันกลับมามองข้าวของของตนก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่



...นี่ขนมาทั้งบ้านเลยรึเปล่าวะ?...



......


...



ไม้แขวนเสื้อไม้สุดท้ายถูกแขวนลงบนราวเหล็กทอดยาวสุดทาง กระเป๋าใบโตหลายใบทุกลากเก็บลงใต้เตียงเหล็กกว้าง

ร่างโปร่งเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง กระพริบตาถี่เพื่อเพ่งมองมันอีกคราเพื่อเช็คเข็มวินาทีที่ยังคงเดิน..ไม่สิ้นสุด


คงต้องขอบคุณกาแฟดำจากเมื่อวานที่ทำให้เขาอยู่เก็บข้าวของได้จนรุ่งสางขนาดนี้... ไม่นอนเลยดีกว่าไหมนะ?

ความรู้สึกที่ว่า ทุกเวลาก็มีค่าทั้งนั้น ช้าแค่เสี้ยววินาทีทุกอย่างก็เปลี่ยนไปได้เสมอ บางทีถ้าเขาออกจากบ้านไปตอนนี้ วินาทีนี้

เบื้องล่าง หน้าประตูสีแดงของแมนชั่นหรูแห่งนี้... เขาอาจจะพบเจอใครสักคน..



หรือบางทีเขาก็อาจจะต้องนอนจริงๆ เขาคงเพลียมากถึงได้คิดเรื่องพรรคนี้ออกมาได้ ร่างสูงแค่นหัวเราะกับตนเองเบาๆ

มือเรียวเอื้อมแง้มผ้าม่านผืนเดิมเป็นครั้งสุดท้ายเผื่อ'ไอ้เรื่องพรรคนั้น'จะเป็นจริง ภาพเบื้องล่างยังคงเงียบสงัด..บางทีเขาก็คงคิดไปเองจริงๆ..

ไฟสีเหลืองนวลดับลงก่อนที่ร่างโปร่งจะทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง




.......................................................................

....................................



สองสามวันมานี้ดูเหมือนว่าอะไรๆก็แย่ไปเสียหมดสำหรับเขา เมื่อวานก็หลงทางจนต้องฝากให้ดงอุนอยู่เฝ้าร้านแทน

วันนี้ก็ดันตื่นสายอีกต่างหาก ทั้งที่ไม่ว่าเหนื่อยแค่ไหนเขาก็ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้เลย...แย่ชะมัด..


มือบางพยายามค้นหามือถือเพื่อโทรหาเพื่อนร่วมงาน มืออีกข้างพยายามประคองหนังสือเล่มหนาและชีทหลายแผ่นที่คั่นตามหน้าหนังสือ

ชั่ววูบเท่านั้นที่ลมพัดวูบ รุนแรงราวพายุก่อนจะหายไป เศษใบไม้ร่วงหล่นลงบนพื้นพร้อมกับชีทงานหลายแผ่นกระจายปลิวว่อนไปทั่ว

ฮยอนซึงก้มหน้าลง หลบหนีแรงกระแทกจากสายลมที่พัดผ่าน ใบไม้ที่ลอยละล่องร่วงหล่นข้างเท้าบ่งบอกว่าคงหยุดลงแล้ว


ร่างบางนิ่วหน้าก่อนจะรีบก้มเก็บกระดาษเหล่านั้น นี่มันชักจะแย่เกินไปแล้วนะ.. ลมบ้านั่นมาจากไหนกันนะ ฤดูร้อนแบบนี้..

บ่นกับตัวเองก่อนจะยันตัวขึ้น สายตาเหลือบมองประตูบานสีแดงตรงหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะก้าวออกไป


เขาไม่ค่อยเดินผ่านทางนี้เสียเท่าไหร่...ทั้งที่มันเป็นทางลัดที่เร็วกว่าทางปกติที่เขาใช้ประจำทุกวัน เพียงเพราะประตูบานแดงนั่น

..แมนชั่นของดูจุน..เขารู้ดีว่าไม่มีใครอยู่บนนั้นแล้ว..แต่ความทรงจำไม่ได้อยู่แค่กับตัวเราไม่ใช่เหรอ ?




...ความทรงจำที่ฝังแน่นบนวัตถุไร้ชีวิต...




.........


...



กลิ่นหอมอ่อนๆจากดอกไม้นานาพรรณภายในห้องสีเบจดูอบอุ่นกระจายไปทั่ว ร่างสูงวุ่นนอยู่กับการยกพวกมันออกมาตั้งหน้าร้านในยามเช้า

ร้านดอกไม้ที่สุดมุมถนน ตาคมเหลือบมองทางม้าลายภอยนอกเป็นพักๆราวกับกำลังรอใครบางคนอยู่

ดงอุนเหลือบมองนาฬิกาภายในร้าน แปดโมงแล้วยังไม่มาเลย เป็นอะไรรึเปล่านะ?



นายจัดเสร็จแล้วเหรอเนี่ย” เสียงดังขึ้นไล่หลังเขา ร่างบางท้าวมือลงบนเข่าของตน เสียงหอบเหนื่อยบ่งบอกได้เลยว่าคงจะรีบมากจริงๆ


ครั้งแรกที่ผมมาก่อนพี่นะเนี่ย” ดงอุนกล่าวปนหัวเราะ


สัญญาเลยว่าจะไม่มีครั้งที่สอง ฮะๆ” มือบางปัดเศษใบไม้สองสามใบบนโต๊ะไม้ออกก่อนจะวางสัมภาระของตนลงบนโต๊ะหลังร้าน

ตาคมเหลียวมองตารางคิวงานบนฝาผนัง ช่วงนี้ไม่มีเทศกาลอะไรเป็นพิเศษก็เลยไม่ต้องจัดส่งงานใหญ่ๆมากนัก

แต่ดูเหมือนเขาอยากจะให้ร้านมันยุ่งๆกว่านี้เสียมากกว่า เงียบเหงาอย่างนี้ความคิดมันก็ยิ่งแล่นเร็วกว่าเดิม..




บางทีฉันอาจจะต้องไปโบสถ์นั่นอีกทีเสียแล้ว ดูเหมือนจะทำบาปเยอะเกินไปจริงๆ” ฮยอนซึงเอ่ยขึ้น


พี่พูดอะไรแปลกๆนะ ฮ่าๆ” ดงอุนตอบ มือก้มลงวางถังเหล็กสีเงินเต็มไปด้วยลิลลี่สีขาวลง ถังสุดท้ายเสียที..


ช่วงนี้ฉันซวยชะมัดเลย!” ฮยอนซึงเอ่ยก่อนจะปาดอกไม้ในมือลงในถัง เดซี่สีขาวช้ำร่วงหล่นลงสู่ก้นถัง กลีบสีขาวที่หลุดเกลื่อน

หมดค่าก็ใช้การไม่ได้... ไม่มีใครซื้อดอกไม้ที่ร่วงโรยหรอกนะ..


พี่ต้องโดนดึงดูดแน่ๆ พี่โดนใครบางคนดูดพลังงานไปแน่เลย เชื่อผมดิ” ดงอุนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

อะไรแบบนี้มันทำให้เขานึกถึงน้องชายของเขาจริงๆ โยซอบก็คงพูดแบบนี้กับเขาเหมือนกัน...


ฉันเชื่อนายทุกอย่างแหละ ฮ่าๆ” ฮยอนซึงหัวเราะก่อนจะหันกลับไปคัดดอกไม้ในถังเหล็กตรงหน้าต่อ




เสียงกระดิ่งจากประตูหน้าร้านเป็นสัญญาณว่าคงจะมีลูกค้ามาแล้ว ดงอุนพยักหน้าให้เขาก่อนจะเดินออกไปหน้าร้าน

ไม่ค่อยจะมีใครมาเช้าๆอย่างนี้หรอก ยิ่งวันธรรมดาอย่างนี้แล้วด้วย ร่างบางพยายามเชง้อมองออกไปนอกร้านด้วยความสงสัย

ก่อนที่เสียงดงอุนจะตะโกนกลับมาถามเขา


พี่ฮยอนซึง! ถ้าจะไปSacre Coeur Basilica นี่ต้องนั่งเมโทรสายไหนอ่ะ พี่ไปมาไม่ใช่เหรอ?

สาย8 ทำไมเหรอ?” ร่างบางตะโกนถามกลับไป หากแต่เสียงเบรกรถที่เสียดสีไปกับถนนดังขึ้นจนเขาไม่สามารถฟังคำตอบจากดงอุนได้

เขาเริ่มจะชินกับมันเสียแล้ว ความวุ่นวายของที่นี่.. มีเพียงเสียงปิดประตูเท่านั้นที่ได้ยินก่อนที่ดงอุนจะเดินกลับเข้ามาหาเขา


เขามาถามทางเฉยๆอ่ะพี่”

อือ งั้นเหรอ”



......


...



จุนฮยองทิ้งตัวลงบนม้านั่งข้างทาง ตาเรียวก้มมองบุหรี่ที่เกลื่อนแทบเท้าก่อนจะหยิบโปสการ์ดขึ้นมาดูอีกครา

เลี้ยวข้างหน้าก็สถานีแล้วแต่เขาคงหยุดลงแค่นี้.. ไม่ว่าข้างหน้านั่นจะสาย8ตามที่หมอนั่นพูดหรือไม่ก็ตาม..


เขาไม่จำเป็นต้องตามโปสการ์ดนั่นอีกแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องไปโบสถ์สีขาวในรูปนั้นแล้ว...

ดูเหมือนว่าเขาจะเจอเข้าแล้วล่ะ...ชื่อนั่นไม่ได้มีเพียงคนเดียวก็จริง แต่เสียงที่ได้ยินนั่น...



...มีหรือเขาจะจำมันไม่ได้....





..........................................................



ร่างบางหยุดลงบนทางเท้า สายตาจ้องไปยังสัญญาณไฟสีแดงเริ่มกระพริบถี่เป็นสัญญาณ ...ช้าชะมัด...

ก่อนที่เสียงโทรศัพท์เครื่องบางดังขึ้นพร้อมกับเบอร์ที่คุ้นเคยโชว์ขึ้นบนหน้าจอ นิ้วเรียวเลื่อนผ่านจอเพื่อรับสายเวลาเดียวกับที่สัญญาณไฟเปลี่ยนสี



ว่าไง? ฉันใกล้จะถึงแล้วน่า..” สองเท้าที่รีบก้าวออกไปพร้อมกับเชง้อมองร้านดอกไม้จากอีกฝั่งตรงข้าม...ก็ใกล้แค่นี้เอง...



.......


...



เสียงกริ่งที่ถูกผูกไว้กับปลายประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เพิ่งเข้ามาเยือน หนังสือเล่มหนาในมือพร้อมกับข้าวของเต็มมือ

ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแรงพร้อมกับเสื้อโค๊ทสีครีมที่เจ้าตัวเพิ่งถอดทิ้งไว้ตรงนั้น ดูท่าวันนี้ก็อารมณ์ไม่ดีเหมือนเคย..



เอ่อ...พี่ซึงฮยอนครับ..”


ห๊ะ?”


เมื่อเข้าตอนผมเปิดร้าน ผมเห็นโน๊ตนี้แปะไว้หน้าประตูอ่ะ”



ฮยอนซึงรับกระดาษสีขาวมาไว้ในมือก่อนจะค่อยๆไล่สายตาผ่านหมึกสีดำ ตั้วหนังสือสั้นๆบนกระดาษ 'menteur'

คิ้วขมวดเข้าหากัน..เขารู้ความหมายของมันหากแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาแปะอยู่หน้าร้านของเขา..



'คนโกหก' พี่ว่ามันมาจากไหนอ่ะ พี่ไปโกหกใครมาป่ะ ผมไม่เคยนะ!”


ไม่รู้สิ บังเอิญล่ะมั้ง..ช่างเหอะ”



กระดาษบางถูกขยำทิ้งลงในถังสีดำ ก่อนที่ร่างบางจะกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อไป มือขาวค่อยๆดึงริบบิ้นสีขาวบริสุทธิออก

ก่อนเส้นสายสีขาวจะขาดสะบั้นเมื่อถูกร่างบางตัดมันออก สีขาวเงาวับค่อยๆไล้พันไปรอบๆช่อดอกไม้ช่อโตบนโต๊ะใหญ่

ถึงจะบอกไปว่าช่างมันแต่ในหัวก็ยังคงคิดอยู่ดี ริบบิ้นสีสวยถูกผูกเป็นปมก่อนจะถูกดึงออกอีกครา...ไม่ได้ดั่งใจเลย...


ไอ้พวกเด็กมือบอนที่คอยเล็งจะพ่นสีกราฟิตี้ใส่กำแพงชาวบ้านอยู่ตลอดเวลามันก็มีอยู่ทั่วไปอยู่หรอก

แต่ไอ้ที่เอากระดาษโน๊ตมาแปะนี่เขายังไม่เคยได้ยิน..แนวใหม่เหรอไง?



อยากสักเหรอไง? ฉันไม่ให้สักหรอกนะ น่าเสียดายผิวของนาย^^”


ฉันยังไม่อยากมีอะไรติดตัวไปจนวันตาย...”


ถ้านายพบเมื่อไหร่นายก็จะอยากอยู่กับมันจนวันตายเอง..”



อือ..ถ้าสำหรับฉันคงเป็นคำว่า'menteur'....ล่ะมั้ง...”




เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงจากโบสถ์ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่กี่บลอคดังขึ้นปลุกเขาออกจากห้วงความคิด

ภาพในอดีตที่เริ่มย้อนกลับมา ถาโถมเข้ามามากขึ้นในทุกๆวัน..ราวกับจะไม่มีวันหายไป


ฮยอนซึงส่ายหน้ากับตนเองก่อนจะหันไปหาดงอุนที่เหม่อมองออกไปภายนอกกระจกใสหน้าร้าน

ร้านกาแฟเล็กๆฝั่งตรงข้ามเยื้องกับร้านของเขาไปแค่นิดเดียวเท่านั้นเต็มไปด้วยผู้คน


มองอะไรหน่ะ..เที่ยงแล้วนะ ออกไปหาอะไรกินกันเหอะ”


ผมยังไม่หิวอ่ะ พี่ไปก่อนได้เลย”


งั้นฝากซื้อไรป่ะ?”


ไม่ครับ ขอบคุณมาก” ดงอุนยิ้มตาหยีให้เขา ไอ้เด็กนี่ก็มีส่วนต่างจากโยซอบอยู่เหมือนกันแฮะ น้องชายที่คอยตามเขาอยู่ตลอด

แล้วอีกอย่าง หมอนี่..ดูยังไงก็ไม่เหมือนเด็กอายุ19เอาเสียเลย- -


ฮยอนซึงรีบวิ่งออกจากร้านทันทีเมื่อเห็นไฟสีแดงเปลี่ยนสี ผู้คนมากมายที่เดินข้ามถนนพร้อมๆกับเขา..


...ไม่ได้สังเกตุเลยสักนิด..



...................



ประตูร้านดอกไม้ถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียกระดิ่งไล่หลัง ภายในร้านยังคงว่างเปล่าไร้วี่แววผู้คน

มีเพียงเด็กหนุ่มร่างสูงกับปากกาในมือที่ยังคงวุ่นอยู่กับชีทที่กองไปทั่ว


ทำการบ้านไม่ทันอีกแล้วล่ะสิ” ฮยอนซึงทัก


โหย เดี๋ยวก็เสร็จแล้วพี่ อ่าใช่..มีคนฝากนั่นไว้ให้พี่ด้วยอ่ะ”

ดงอุนเงยหน้าขึ้นจากกองการบ้านของตนก่อนจะชี้ไปที่ถุงกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะหลังร้าน


หัวใจเริ่มเต้นถี่ขึ้นมื่อพบเข้ากับสภาพคุ้นตา..แต่ละก้าวที่ก้าวเข้าไปหยิบได้แต่ภาวนาหวังว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่คิดไว้

มือบางเปิดถุงกระดาษออกก่อนจะพบเข้ากับแบลซเซอร์ที่ส้มโอโรสภายใน..ใช่..จริงๆด้วย..

งั้นโน๊ตเมื่อก่อนเช้านั่นก็เหมือนกันใช่ไหม...ทำไมกัน..


ร่างบางรีบวิ่งออกไปนอกร้าน สายตามองไปรอบตัวเพื่อตามหาคนที่ต้องการ

ทุกอย่างที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ค่อยๆเริ่มกลับมาหาเขา..แล้ว..ควรจะทำอย่างไรดี..


ไฟสีแดงสว่างวาบขึ้นก่อนที่ฝูงคนจากฝั่งตรงข้ามจะพากันเร่งฝีเท้าข้ามฝั่งตรงมาที่เขา

แรงกระแทกจากผู้คนที่เร่งรีบกลับบ้าน..ร่างบางเซจนแทบล้ม หากแต่ยังคงไม่ก้าวไปไหน

ไปไหนเสียล่ะ..อยากเจอฉันนักไม่ใช่เหรอ..



...อยู่ที่นี่แล้วไง....




ตาคมสวยหันขวับทันทีที่รู้สึกถึงสัมผัสเบาบนไหล่ขวา หากเบื้องหน้าไม่ใช่คนที่คิดไว้

พี่เป็นอะไรรึเปล่า? ข้างนอกนี่มีอะไรเหรอ?”


เปล่า..ไม่มีอะไรหรอก”



...ไม่มีเลย...




......


..


แก้วกาแฟค่อยๆถูกวางลงบนโต๊ะไม้ สายตาคมจ้องมองออกไปภายนอกร้านกาแฟ ภาพของชายหนุ่มจากอีกฟากของถนน

ท่าทางกระสับกระส่ายเหมือนกำลังมองหาใครสักคนอยู่ ริมฝีปากแห้งผากแม้กาแฟขมเพิ่งจะไหลผ่านลำคอ..

..อยากจะวิ่งไปหาเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่ามีสิทธิที่จะทำอย่างนั้นได้หรือเปล่า..ความสัมพันธ์ของเขาและฮยอนซึง..


...ไม่มีคำใดอธิบายได้เลย...




กลิ่นของกำแฟดำยังคงหอมหวาน..แม้รสชาตินั้นช่างขมขื่น...



......................



ร่างบางที่วันนี้ไม่ได้หอบอะไรในมือมาเลยดูเหมือนขาดอะไรไป..ฮยอนซึงที่รีบวิ่งข้ามผ่านทางม้าลายตรงไปยังร้านดอกไม้หัวมุมถนนอีกฝั่ง

วันนี้เขามีเรียนบ่ายแต่ไม่เข้าสักวันนึงก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง..มีบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่า..


ทั้งที่ร้านรวงรอบข้างยังคงปิดสนิทหากแต่ป้ายที่ถูกแขวนอยู่บนประตูกระจกร้านดอกไม้ถูกพลิกเป็นคำว่า'open'

ถึงกระนั้นกลับไม่มีแม้แต่ถังเหล็กหรือดอกไม้ใดๆตั้งอยู่หน้าร้าน เพราะคนที่เขารออยู่ไม่ใช่ลูกค้า..

ใครบางคนที่พยายามหนีมาตลอด พยายามลืมมาตลอด..แต่เขาปฎิเสธความรู้สึกข้างในไม่ได้


เสียงแมสเสจดังขึ้นเบาๆจากในกระเป๋ากางเกง มือบางเลื่อนมือสไลด์หน้าจอมือถือเพื่ออ่านข้อความ


'พี่ครับ ผมทำมันไม่ทันจริงด้วย ขอหยุดวันนึงนะครับTT – ดงอุน(ผู้ทำการบ้านไม่เสร็จ)'



ร่างบางหลุดยิ้มกับข้อความตรงหน้าก่อนจะวางมือถือเครื่องแบนลงบนเคาท์เตอร์อย่างเดิม

ก็เท่ากับว่าเขาต้องอยู่ที่นี่คนเดียวทั้งวัน...ตาคมเปรยมองไปรอบๆ กระถางเหล็กถูกวางกองกันอยู่หลังร้าน

ปฎิทินที่แขวนอยู่บนฝาผนังเต็มไปด้วยรอยปากกา..นี่วันนี้มีคิวเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย..


ฮยอนซึงยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเริ่มจัดการจัดร้านด้วยตนเอง ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้ ก็แค่ดงอุนมันรับหน้าที่มาตลอด

พังเหล็กสีเงินค่อยๆถูกยกลอยขึ้นด้วยแรงจากร่างบาง แทบลืมไปแล้วว่าไอ้ถังเหล็กพวกนี้มันหนักแค่ไหน..


.....

..


"Merci" ร่างบางก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางๆให้หญิงสาวที่เพิ่งรับช่อดอกไม้ออกไป

กลิ่นแกลดิโอลัสอ่อนๆที่ค่อยๆจางหายไปพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เดินออกจากร้านข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม

เสียงนาฬิกาจากโบสถ์ดังขึ้นอีกครั้ง เที่ยงแล้วหากแต่ยังคงไร้วี่แวว..


ฮยอนซึงถอนหายใจก่อนจะเหลือบมองตารางคิวงานของวันนี้อีกครั้ง เหลืออีกแค่สอง..

สาวเท้ากลับเข้าไปยังหลังร้านเพื่อหยิบห่อกระดาษออกมาเพิ่ม เวลาเดียวกับที่เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น

ร่างบางวิ่งออกไปที่เคาท์เตอร์อีกครั้ง มองผ่านช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่เขาจัดทิ้งไว้แล้วถูกวางลงบนเคาท์เตอร์


เขาจำมันได้ดี ปมริบบิ้นที่ไม่ว่าอย่างไรก็ผูกไม่ได้ดั่งใจเสียทีจนเจ้าตัวถอดใจและละมันไว้อย่างนั้น

ไม่คิดว่าจะมีใครหยิบมันขึ้นมาดูด้วยซ้ำ...


แนบการ์ดให้ด้วย..” ไม่ใช่เพราะภาษาบ้านเกิดที่ไม่ได้ยินนานแต่เพราะเสียงคุ้นหูที่ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง


กระดาษที่ถูกขยำจนเปื่อยยุ่ยถูกเลื่อนมาไว้ตรงหน้าเขา

'ขอโทษ' ข้อความที่ถูกเขียนด้วยหมึกที่เลือนลางไปกับรอยยับของกระดาษ

ไม่ว่ามันจะเละมากไปกว่านี้อีกเขาก็ไม่มีทางลืมมันได้ เพียงเพราะมันคือลายมือของเขาเอง



ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาที่ค่อยๆเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาสบเข้ากับดวงตาเรียวของชายร่างโปร่งยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์

รอยยิ้มบางๆที่ค่อยถูกส่งมาให้เขาพร้อมกับแววตาที่ดูเศร้าสร้อย


คงไม่ได้หรอกครับ” กระดาษที่ดูไร้สภาพถูกมือบางขยำพร้อมกับช่อดอกไม้ที่ถูกโยนลงกับพื้น



...

.


ทิ้งทุกอย่างไว้แล้วเริ่มใหม่กันเถอะ” ชายหนุ่มหน้าสวยค่อยๆคลี่ยิ้มส่งกลับไปให้ร่างสูงที่สีหน้าถอดสีจากเมื่อครู่

ร่างบางค่อยๆย่างกายเข้าไปใกล้ลูกค้าหนุ่มหน้าเคาท์เตอร์ มือขาวยกขึ้นโอบไหล่กว้างพร้อมกับออกแรงรั้งไว้

สัมผัสที่ไม่คิดว่าจะได้รับอีกแล้ว..ความอบอุ่นค่อยๆซึมแทรกผ่านร่างกาย...จุนฮยองโน้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าคมตรงหน้า

มือเรียวไล้ลงไปบนแก้มเนียน ริมฝีปากแดงระเรื่อที่ใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ


ร้านสีเบจอบอวลไปด้วยกลิ่นบุปผา ไอแดดอ่อนๆลอดผ่านกระจกบานใหญ่หน้าร้านเข้ามาภายใน

ทาบผ่านร่างสองร่างที่กอบกุมกันแน่นเงาดำขนานลงกับพื้น..ริมฝีปากที่ค่อยๆประกบเข้าหากัน



..เบาบาง..เนิ่นนาน..



...เพราะเพรียกหามาโดยตลอด...






:

'

End.


[Fic] Passionato (End)

posted on 03 Aug 2010 16:11 by lapinroz

Title: Passionato (Chapter XIV)

Author: lapinroz

Rating: pg-13

Pairing/Characters: Doojun x Yoseob / JunHyung x Hyunseung

Disclaimer: ตัวละครในเรื่องมีตัวตนอยู่จริงแต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

Tempo : Moderato

Expression : Dolce


 

 

 

จะไม่ให้ผมทำอะไรเลยเหรอยังไง” ประคบประหงมเสียขนาดนี้...


ก็ทำอยู่นี่...” แก้วน้ำถูกส่งต่อไปยังมือบาง

ในที่สุดนายก็พูดอะไรบ้าง” ร่างสูงเอ่ย แต่สิ่งทีไ่ด้รับมีเพียงใบหน้าร่างบางที่ค้อนใส่เขา.. ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เขายิ้มได้อยู่ดี





อย่างน้อยโยซอบก็พูดกับเขา...อย่างน้อยโยซอบก็มองมาที่เขา


.....อย่างน้อย....เราก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น....อีกครั้ง....





ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นโยซอบที่ไวน์บาร์แห่งนี้ แต่ที่แปลกคือในฐานะลูกค้า..ไม่ใช่พนักงาน..ไม่ใช่นักเปียโนตรงหน้าแกรนด์สีขาว..

ร่างบางในชุดลำลองนั่งลงบนเบาะที่นั่งในมุมมืดของร้าน โต๊ะประจำของชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งขนาบข้างตนอยู่...

แววตากลมมองบริกรหนุ่มเทของเหลวที่แดงเข้มลงในแก้วทรงสูงอย่างสนใจ...เขาทำงานที่นี่มาตลอดก็ใช่ว่าจะได้ดื่มบ่อยซะที่ไหน...

แต่ก่อนที่ปากขวดทรงสูงสีเข้มจะจรดลงบนแก้วอีกใบ มือหนายกขึ้นป้องก่อนบริกรหนุ่มโค้งก่อนจะก้าวถอยกลับไป

โยซอบทำได้แค่เพียงมองภาพตรงหน้า...ภาพของใบหน้าคมที่กำลังละเลียดไวน์อย่างมีความสุข ขณะที่แก้วของเขายังคงว่างเปล่า..



ยังไม่เข็ดอีกเหรอไง?” ร่างสูงรับรู้ถึงสายตาคนข้างกาย มือสัมผัสลงบนมือซ้ายของร่างบางที่วางขนาบอยู่ข้างตัว

ผ้าสีขาวยังคงถูกพันมืออยู่รอบมือขาวบาง บาดแผลจากเมื่อคืน...เพียงแค่สัมผัสแผ่วนั่น...เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด

ใบหน้าที่เข้ามาใกล้...เกินไป....ไม่รู้ว่าร่างสูงจะได้ยินเสียงของมันรึเปล่า ดูจุนจะรู้ไหมว่าหัวใจเขาตอนนี้มันเต้นแรงแค่ไหน..


มันไม่เหมือนกันสักหน่อย!” ร่างบางยังคงรั้นอย่างเคย..ก็ไม่ได้อยากดื่มเท่าไหร่หรอก..เขาแค่กำลังรักษาสิทธิความเท่าเทียม...

ดื่มไม่เป็นก็เมาได้เหมือนกัน ยิ่งเป็นนายด้วยแล้ว...” ดูจุนจบประโยคเพียงเท่านั้น...แต่เขาก็แอบเห็นใบหน้ายู่ของร่างบางอยู่ดี

เฮ้อ...รู้ไหมว่าคนอย่างยุนดูจุนน่ะ...ง้อใครไม่เป็นหรอกนะ...


ไว้นายโตกว่านี้เมื่อไหร่ค่อยดื่ม” แต่เขาก็จะลองดูหน่อยแล้วกัน...นี่ง้อแล้วนะเนี่ย...


=__________=” ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลเท่าไหร่...



คงจะไม่ใช่แค่เรื่องที่นักเปียโนประจำร้านกลายมาเป็นลูกค้าที่มาพร้อมกับแขกขาประจำ แต่บยองฮีที่ควรจะอยู่แต่ในครัว

วันนี้กลับยกของหวานออกมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง..เพื่อโต๊ะพิเศษของค่ำคืนนี้...


Ivoire แด่นักเปียโนคนโปรดของฉันเลยนะ” ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยขึ้นหลังจากวางจานเค้กลงบนโต๊ะอย่างเบามือ

เค้กสีขาวที่แทบจะกลืนไปกับสีของผ้าปูโต๊ะ...สีขาวเหมือนสูทที่เขาสวมใส่ทุกค่ำคืนถภายในร้านนี้...

ช็อคโกแลตมูสสีขาวปกคลุมเนื้อเค้กและแพชชั่นฟรุตภายในพร้อมกับแผ่นช๊อคโกแลตสีขาวตกแต่งลายที่วางอยู่ด้านบน...


ไม่ต้องดื่มไวน์แล้วใช่ไหม?” ดูจุนถามร่างบางที่เอาแต่จ้องเค้กตรงหน้าไม่สนใจอะไร

ร่างบางเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าของผู้จัดการร้านของตน


ถ้าไม่อร่อยผมมีสิทธิเรียกร้องนะ ในฐานะลูกค้า..” ประโยคที่ไม่ได้ทำให้พาทิซิเย่หนุ่มโกรธเลยสักนิดเดียว

บยองฮียิ้มให้กับร่างบางก่อนจะเอื้อมมือขยี้ผมสีบลอนด์นุ่มนั่น..เหมือนว่าจะกลับมาเหมือนเดิมได้แล้วนะ...


นี่!ผมเป็นลูกค้านะ!”

งั้นอยากให้ฉันหักเงินเดือนนายเดือนนี้ไหมล่ะ..เจ้าลูกค้า..”

=___________=”



เค้กอร่อยมากครับ...= , . =;;;”

ดีมาก!”


ดูจุนมองภาพตรงหน้า วันนี้เขายิ้มมากกว่าทั้งปีรวมกันได้เลยล่ะมั้ง...ไม่ว่าโยซอบจะทำอะไร..

แค่อยู่ข้างๆเขา..แค่นั้นเขาก็มีความสุขแล้วจริงๆ..


ฉันกลับเข้าครัวแล้วดีกว่า ดูเหมือนจะเด่นเกินไปแล้วสิ ฮ่าๆๆ” บยองฮีเอ่ยลา ก่อนจะเดินถือถาดสีเงินกลับเข้าไปหลังร้าน


ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง เสียงเปียโนยังคงถูกบรรเลงจากแผ่นเสียง..เพราะค่ำคืนที่ปราศจากนักเปียโน

ร่างสูงยังคงจิบGalloเหมือนอย่างเคย สายตาคมไม่ได้จ้องไปยังแกรนด์เปียโนสีขาวเช่นทุกคืน แต่เป็นชายหนุ่มข้างกาย..

โยซอบยังคงมีความสุขกับขนมตรงหน้าที่บยองฮีเพิ่งยกออกมาให้...ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเค้าเลยเสียด้วยซ้ำ...


ร่างสูงยิ้มกับตัวเองอีกครั้ง ส้อมสีเงินเปื้อนครีมสีขาวถูกจ่ออยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดี..

โยซอบยิ้มก่อนจะอ้าปากเป็นเชิงให้เขาทำตาม...


ฉันไม่ค่อยชอบของหวาน...” ร่างสูงเอ่ย..เขาอยากมองโยซอบกินมากกว่า..เขาแค่อยากมองโยซอบที่ดูมีความสุข

ไม่น่า...คุณกินแต่ของขมๆ” ไวน์ในมือนั่นก็ด้วย..มันขมจะตายไป.. ร่างบางคิดในใจก่อนที่ครีมสีขาวนั่นจะหายไปในปากอิ่ม

ถึงเขาจะได้กินอะไรอย่างนี้จากพี่บยองฮีบ่อยอยู่แล้วก็เหอะ..แต่เพราะครั้งนี้พี่บยองฮีทำมันเป็นพิเศษนี่นา..แต่รสชาติมันพิเศษจริงๆนะ

หรือเป็นเพราะบรรยากาศที่ทุกครั้งก็แค่บนเคาท์เตอร์สแตนเลสภายในห้องครัวใหญ่...โล่ง..ไร้ผู้คน..


บางที...อาจะเป็นเพราะคนที่อยู่ข้างๆเขาตอนนี้..อย่างน้อย..เขาก็ไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา...


ชั่ววูบที่รับรู้ถึงสัมผัสแผ่วบนริมฝีปาก ไออุ่นที่ประชิดใบหน้า...ใบหน้าเริ่มขึ้นสีอีกครั้ง...เมื่อกี้มัน...

มือบางกุมริมฝีปากของตน เลยจนแทบจะปิดทั้งใบหน้า..ไม่ว่าตรงไหนก็ร้อนไปหมด..น่าอายชะมัด...


ครีมมันเลอะน่ะ” ร่างสูงเอ่ย เสียงสั่นเหมือนพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้..ใครเชื่อก็คงโง่จริงๆแต่ดูเหมือนจะมีอยู่คนนึงแล้วล่ะ

ไหนบอกว่าไม่ชอบของหวานไง!” ร่างบางสวนเสียงแหว..เขายังอายอยู่..จริงๆนะ..


ปากนายเป็นข้อยกเว้น” มือสัมผัสลงบนริมฝีปาก ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครา

.......” โยซอบสะบัดหน้านี้เสมองไปทางอื่น ผู้ชายคนนี้จะอารมณ์ดีเกินไปแล้ว..ทำไมมีแต่เขาที่เป็นฝ่ายอายนะ..


สัมผัสอุ่นบนไหล่..มือหนารั้งร่างบางปะทะเข้ากับอกกว้าง..เขาไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่ก็...เขินอยู่ดีอ่ะ...

ใบหน้าแดงซุกเข้ากับแผ่นอกของร่างสูง รับรู้ถึงลมหายใจจากใบหน้าคมที่ก้มลงมาใกล้เขาเรื่อยๆ



ฉันนั่งอยู่ตรงนี้มาตลอด..เพียงแค่มองดูนาย..”

ผมไม่เห็นเคยรู้เลย”

เพราะนายไม่หันมามองเลยนี่นา...จากตรงนั้นน่ะ..”

คุณอยู่ไกลเกินที่ผมจะเห็น..”

นั่นสิ...แต่ฉันมีความสุขนะ...”



ผมก็...เหมือนกัน....” ถึงแม้มันจะไม่ตรงประเด็น แต่เขาก็พูดออกไปแล้ว..อย่างน้อยมันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีนี่...

อีกนิดเดียว...อีกแค่นิดเดียว..จนกว่าเขาจะกล้าบอกคำนั้นออกไป..



...คำว่า'รัก'ที่ดูจุนเคยบอกเขา..






.......................................................................

.........................................



กูก็ดีใจนะเว้ยที่มึงกลับเป็นเหมือนเดิม...แต่ให้ความสนใจกูบ้างสิ” เพื่อนร่างสันทัดเอ่ยตัดพ้อกับร่างบางที่เดินขนาบข้างเขา

ยิ้มอยู่ได้...คือไอ้ความจริงโยซอบมันก็ยิ้มบ่อยอยู่แล้วล่ะครับ ยกเว้นเวลากินกับนอน แต่เดี๋ยวนี้ผมว่่ามันยิ้มบ่อยกว่าเดิมจนน่าหมั่นไส้

อะไรวะ? นี่ไง ฉันก็อยู่กับนายตลอด” ร่างบางก้าวขาออกไปหยุดยืนตรงหน้าเพื่อนขี้งอนของตน อ้าแขนกว้างพอๆกับรอยยิ้มบนใบหน้า

ไอ้ที่อยู่ตลอดนี่...กับรุ่นพี่ดูจุนป่ะวะ?” กีกวังแซวโยซอบกลับ..ก็มันจริงนี่ครับ เดี๋ยวนี้จะไปไหนก็มีลัมโบกินี่สีดำคอยรับส่ง

ส่วนไอ้คนอย่างผมนี่ก็ต้องเดินไปไหนมาไหนคนเดียว..ใช่ครับ ส่วนมากไอ้โยซอบมันจะไปอยู่กับรุ่นพี่ดูจุนเพราะบ้านมันก็ไม่มีใครอยู่แล้ว..


อยู่ก่อนแต่งมันไม่ดีนะเว้ย เดี่ยวโดนนินทา....โอ้ย!..ถึงกระเป๋ามึงมันจะไม่มีอะไรแต่มันก็เจ็บนะเว้ยย!” เด็กหนุ่มอวดครวญ

หลังจากโดนกระเป๋าเป้ฟาดลงกลางหลัง...กระเป๋าไอ้โยซอบมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ..ก็แค่ดินสอแท่งเดียว..=___=;;


แล้วทำไมวันนี้มึงไม่ให้รุ่นพี่เขามารับวะ?” ก็ทุกทีคอยรับส่งตลอด..ไม่รู้อะดลใจให้วันนี้ไอ้โยซอบเลือกจะเดินแทน

สงสัยอยากออกกำลังกายอ่ะครับ ความจริงพักหลังนี้มันก็ดูสมบูรณ์เกินไปแล้วล่ะครับ...รุ่นพี่เขาเลี้ยงดี...ไม่เหมือนผมครับ 6แพคร้อยล้าน..


จะไปดูตู้จดหมายหน่อยอ่ะ..เผื่อจะมีของพี่ฮยอนซึง...”

อือ..พี่เค้าไม่โทรมาเลยเหรอวะ”


ร่างบางเพียงแค่ส่ายหน้ากลับมา สีหน้าที่ดูสลดลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงผู้เป็นพี่..นี่ก็ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์ได้แล้ว

ความจริง ทุกอย่างมันดีขึ้นมากจริงๆ..เขากับดูจุน...เหลือก็เพียงแค่พี่ชายของเขา ที่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน..

แถมเขายังไม่รู้ว่าติดต่อได้ยังไงเสียอีกต่างห่าง..เขาก็แค่อยากรู้ว่าพี่ฮยอนซึงเป็นยังไงบ้าง...


ร่างของเด็กหนุ่มท้ังสองหนุ่มหยุดลงตรงหน้ารั้วบ้านสีขาวดูคุ้นตา ทั้งๆที่ผ่านไปเกือบเดือนแล้วแต่ก็ยังเหมือนเมื่อวานอยู่ดี

สายตาสอดส่องมองลอดผ่านช่องเสียบจดหมายก่อนจะไขกุญแจเปิดกล่องสีแดงออกมา... ใบหน้าขาวค่อยๆคลี่ยิ้มเมื่อเห็นบางอย่างภายใน

กระดาษโปสการ์ดเพียงใบเดียวที่นอนแน่นิ่งอยู่ในกล่องจดหมาย มือบางรีบคว้ามันออกมาทันที..

ภาพของสถาปัตยกรรมสีขาวบริสุทธิเด่นตระหง่านกับตัวอักษรที่เขียนอยู่ 'Sacre Coeur Basilica'

มือบางริบพลิกไปที่ด้านหลังโปสการ์ด ตัวหนังสือสีดำเรียงรายด้านหลัง และประโยคสุดท้ายที่อยู่สุดขอบโปสการ์ดที่ทำให้เขายิ้มได้..


'ดูแลตัวเองด้วยนะ คิดถึงนายจริงๆเลย ,ฮยอนซึง'


แล้วนั่นมันที่ไหนหรอวะ?” กีกวังที่พยายามเชง้อมองสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษสีขาวนั่นแต่ก็ไม่เห็นอะไรชัดนัก

เห็นก็เพียงแต่ภาพของตึกขาวที่ดูเหมือนจะเป็นโบสถ์บนรูปโปสการ์ดเท่านั้น...


ไม่รู้อ่ะ..พี่ฮยอนซึงก็เคยไปตั้งหลายประเทศ..เดาไม่ถูกว่าที่ไหน...”


ถึงมันจะเป็นแค่โปสการ์ดใบเดียวแต่อย่างน้อยเขาก็มีความสุข..อย่างน้อยมันก็แสดงให้เห็นว่าพี่ฮยอนซึงยังไม่ลืมเขา

แต่เขาไม่รู้ว่าควรจะบอกดูจุนดีหรือเปล่า...แต่ถ้าเขาเชื่อใจดูจุน...เขาก็ควรบอกนิ่...



...ใช่ไหม?



...........................................................................

..............................................



แสงแดดยามเย็นลอดผ่านหน้าต่างเหนือประตูบานกว้าง ทอดผ่านลงมาสะท้อนให้เห็นควันสีขาวขุ่นที่คอยคลุ้งทั่วบริเวณ

ควันบุหรี่ลอยเหนือร่างชายหนุ่มสองคน ดูจุนบนเบาะหนังสีดำขลับมองเพื่อนที่นั่งอยู่บนบาร์เหล้าที่แทบจะหายไปกับควันคลุ้งนั่นให้ได้เสีย

เหมือนเขาจะเริ่มชินกับภาพแบบนี้เสียแล้วจริงๆ จุนฮยองสูบจัดกว่าที่ผ่านๆมา และเขารู้ว่าเหตุผลคืออะไร...


ร่างสูงเหลียวมองมวนบุหรี่สีขาวในมือของตน ไม่ได้สูบมานานแค่ไหนแล้วนะ...ตั้งแต่มีโยซอบ..เขาก็ไม่ได้แตะมันอีกเลย

มวนบุหรี่ที่ยังไหม้ไม่ถึงครึ่งร่วงหล่นลงบนพื้นซีเมนต์ก่อนจะถูกบดขยี้ด้วยรองเท้าหนังสีดำขลับ

หากแต่ควันสีขาวขุ่นยังคงลอยฟุ้ง..จากมวนบุหรี่ของชายหนุ่มอีกคน..จุนฮยองนั่งเหม่อออกไปภายนอกประตูร้าน

ที่เขี่ยบุหรี่สีดำที่วางอยู่ข้างกายพูนล้นไปด้วยเศษซากมวนสีขาว..และนั่นมันผ่านไปเพียงแค่15นาทีเท่านั้น...

นี่ก็ผ่านมาเกือบจะเดือนนึงได้แล้ว แต่สภาพของเพื่อนเขาตอนนี้ไม่ได้ดูดีขึ้นเลยสักนิด..และเขาก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี..


มึงคิดว่า...ตอนนี้...เขาอยู่ที่ไหนกันวะ?” ประโยคที่จุนฮยองคอยถามเขาอยู่ตลอดเวลาจนเหนื่อยที่จะตอบ..

ดูเหมือนร่างโปร่งก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วเหมือนกัน..แต่เขาก็ยังพร่ำประโยคนั้นซ้ำไปมา...

มึงว่า...เขาจะคิดถึงกูบ้างรึเปล่า?” บุหรี่มวนสุดท้ายถูกบดขยี้ลงบนที่เขี่ยบุหรี่ ร่างโปร่งเอื้อมหยิบซองบุหรี่บนเคาท์เตอร์ขึ้นมา

..ว่างเปล่า..เดี๋ยวนี้ไอ้พวกบริษัทผลิตมันให้บุหรี่น้อยชะมัด...หรือว่าเป็นที่เขาเองที่โหมหนักเกินไป...


กูรู้แค่ว่าถ้าฮยอนซึงมาเห็นมึงในสภาพนี้เขาคงไม่ชอบหรอกว่ะ” ดูจุนเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะยันตัวลุกขึ้น.. “กูไปละ เพลาๆบ้างนะมึง..”

ร่างสูงหยิบกุญแจรถก่อนจะเดินออกจากร้านไป เหลือเพียงร่างโปร่งที่ยังคงนั่งอยู่บนเคาท์เตอร์บาร์ในร้านที่มืดมิด



นั่นสิ...เนอะ...” จุนฮยองแค่นยิ้มก่อนจะหยิบที่เขี่ยบุหรี่เดินออกไปทิ้งด้านหลังร้าน มือเรียวควานหาบุหรี่ที่พวกพนักงานทิ้งไว้หลังบาร์

ก่อนจะเดินออกไปยังลานจอดรถด้านหลัง..เสียงก้อนกรวดที่เสียดสีกันตามแรงบดของสนีกเกอร์สีสดราคาแพง..

มือเรียวล้วงหาซิปเปอร์ภายในแบลซเซอร์สีดำประดับกระดุมสีทองหรู ก่อนจะสัมผัสถึงความเย็นจากบางอย่างภายใน

ร่างโปร่งล้วงของสิ่งนั้นออกมา..กุญแจสีเงินวับในมือยิ่งทำให้อยากหัวเราะ...นายเอาแต่ตามวนเวียนอยู่รอบตัวฉันจริงๆนะ..




....จาง ฮยอนซึง...




........................................

...................




ช่วงเวลาเท่ียงคืน..ในที่สุดแขกก็ทยอยออกไปจนหมด..ได้เวลาที่ต้องเก็บร้านจนได้...โยซอบที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว

เดินเชง้อมองหาผู้จัดการของตนภายในห้องโถงก่อนจะพบเข้าที่หลังเคาท์เตอร์บาร์เหล้าพร้อมกับดอกกุหลาบที่ขาวในกำมือ

ถึงเวลาเปลี่ยนอีกแล้วหรอเนี่ย...ไวเหมือนกันแฮะ...


ต้องเปลี่ยนบ่อยๆอย่างนี้ลำบากแย่นะครับ...” ร่างบางเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะหยิบดอกกุหลาบที่ถูกตัดหนามออกไปจนหมดแล้วขึ้นมา

กลีบสีขาวร่วงหล่นอย่างง่ายดายทันทีที่เขาหยิบมันขึ้นมาดู...ร่วงโรยตามธรรมชาติที่พ่ายต่อการเวลา..

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีประโยชน์แหละนะ”

เก็บไปทำอะไรงั้นเหรอครับ?”


นายรู้จักjack roseหรือพวกrose cocktailรึเปล่า?” ร่างสูงเริ่มหยิบเช็คเกอร์ขึ้นมาเช็ด มือที่หยิบขวดเหล้าสีสันต่างๆออกมาอย่างคล่องแคล่ว

โยซอบที่พยายามยืดตัวดูผู้จัดการของตนทุกเยื้องย่าง..ของเหลวสีต่างๆถูกรินลงในเช็คเกอร์สีเงินอย่างช่ำชอง

..ท่วงท่าที่ดูโปรยิ่งกว่าบาร์เทนเดอร์ประจำร้านเสียอีก...


ฉันจบมาจากที่ไหน นายก็รู้ แค่นี้ง่ายๆน่า..” บยองฮีเอ่ยขำๆกับร่างบางที่มองเขาด้วยท่าทีสนใจราวกับเด็กเล็กๆที่เพิ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่...

แววตากลมโตมองเขาด้วยสายตาชื่นชม..นี่เขายังไม่อยากถูกไอ้ดูจุนฆ่าตายหรอกนะ...


แก้วคอคเทลถูกวางลงตรงหน้า น้ำสีแดงอ่อนๆ..เรียกว่าสีชมพูอาจจะง่ายกว่า..เชอร์รี่สีแดงสดร่วงหล่นลงสู่ตกก้นแก้ว

กลีบกุหลาบเคลือบเกร็ดเกลือล้อมรอบปากแก้วใสไว้ข้างๆผลึกสีแดงสดเป็นประกายรอบๆปากแก้ว ร่างบางรับมาไว้ในมือ

ริมฝีปากบางจรดลงบนผลึกสีสวย น้ำสีชมพูใสค่อยๆลดลงไป ..อย่างน้อยวันนี้เขาก็เจอเครื่องดื่มที่มีรสชาติอื่นนอกจากขม..


เป็นไงบ้าง? หวังว่าฝีมือฉันยังไม่ตกนะ ฮ่าๆ”

มันดีกว่าที่ผมคิดนะ ฮ่าๆ” เอ่ยล้อผู้จัดการของตน นิ้วเรียวหยิบก้านเชอร์รี่ขึ้นมาก่อนจะกัดเข้าที่ผลสีแดงสด

อือ..มันเป็นเครื่องดื่มของผู้หญิงน่ะ ฮ่าๆ แต่ก็ใช่ว่าผู้ชายจะกินไม่ได้นะ..ของแบบนี้มันจำกัดเพศไม่ได้หรอกเนอะ?”




นี่นายให้โยซอบกินเหล้าอีกแล้วเหรอเนี่ย” เสียงทุ้มแทรกบทสนทนาทั้งคู่ ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องโถงกว้าง

วางกุญแจรถหรูลงบนเคาท์เตอร์บาร์..ส่วนมืออีกข้าง....ค่อยๆวางลงบนไหล่บาง...เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ..


นี่...ไม่เมาสักหน่อย แสดงว่าผมกินเหล้าเป็นแล้วอ่ะดิ?” มือบางปัดมือที่กอบกุมไหล่ของเขาออกก่อนจะหันไปถามบาร์เทนเดอร์หนุ่มเสียงใส

...อ่า...พี่บยองฮีนี่เป็นได้ทุกอย่างเลยจริงๆนะเนี่ย



อย่างนายยังอีกนาน โยซอบ” กลับเป็นชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งถูกปฏิเสธสัมผัสที่ตอบประโยคนั้นก่อนจะคว้ามือบางออกจากร้านไป

เขารู้ดีว่ามันไม่มีอะไร...แต่เขาก็แค่....[i]หึง[/i]...



.....................................................

...............................



ดูเหมือนว่าคืนนี้ระยะทางกลับบ้านจะยาวนานกว่าทุกคืน..ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น ที่แน่ๆ โยซอบคงไมไ่ด้เมาจริงๆ

เพราะตั้งแต่ขึ้นรถมาก้เอาแต่นั่งเงียบตลอดทาง...บางทีเขาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขามีสิทธิที่จะหึงโยซอบรึเปล่า..

คนเดียวที่ตอบได้คงมีเพียงแค่โยซอบ


เพียงแต่ตอนนี้...เราสองคนอยู่ในฐานะที่จะถามกันได้รึยังนะ?



เป็นอะไรรึเปล่า? นายดูเงียบๆนะ”

..............”



เขามีเรื่องจะพูดมากมายเลยล่ะ..หากแต่ว่า เขาควรจะพูดออกไปดีรึเปล่านะ...เพราะมันเป็นเรื่องของพี่ฮยอนซึง..

ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังไม่เชื่อใจดูจุนอยู่ดี เขายังกลัวอยู่ดี..


ตอนนี้...เขาอยู่ในฐานะที่จะพูดออกมาได้โดยไม่สูญเสียรึยังนะ?



....ผมเพิ่งได้จดหมายจากพี่ฮยอนซึง..”

งั้นเหรอ? ว่ายังไงบ้างล่ะ” เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รถหยุดลงหน้าคฤหาสน์หรู ใบหน้าคมเหลียวกลับมาถามร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ


ก็....ไม่มีอะไรหรอก” มือบางเอื้อมเปิดประตูรถออกไปด้วยตนเองก่อนจะเดินไปหยุดรอร่างสูงหน้าประตูบ้าน

ก็พูดไปหมดแล้วนี่..ก็บอกไปแล้วว่ามีจดหมาย ไม่เห็นต้องพูดอะไรมากกว่านี้เลย...ไม่ต้องรู้มากกว่านี้แล้ว..


จะรีบไปไหนเนี่ย..หือ..” ร่างสูบเสียบกุญแจไขประตูเข้าไป ...ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าโยซอบกำลัง...[i]งอน[/i]...


ฮยอนซึงสบายดีใช่ไหม?”

หมอนั่นเป็นไงบ้างน๊า...”

พี่นายไม่บอกเหรอว่าอยู่ที่ไหน?”




...........”



...หงุดหงิดชะมัด...



...................

........


ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงนอน มือโอบกอดตุ๊กตาเป็ดสีขาวตัวใหญ่แทบจะเทียบเท่ากันบนเตียงกว้าง...

ใบหน้าซุกเข้ากับตุ๊กตาในอ้อมกอด สีหน้าแสดงถึงความหงุดหงิดที่พยายามซ่อนมันจากร่างสูง


บางทีก็อาจจะยังไม่อยู่ในฐานะนั้น...ล่ะมั้ง....



นายจำจุนฮยองได้รึเปล่า?”

........” ผู้ชายทรงผมประหลาดนั่นน่ะเหรอ?...แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วยล่ะ..


จะพูดยังไงดีล่ะ...หมอนั่นตามหาพี่ชายนายอยู่..”

พี่ผมไปทำอะไรเค้าไว้?” โยซอบค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากกลุ่มก้อนสีขาวตรงหน้า นี่ไม่รู้เหรอไงว่ามันน่ารักขนาดไหน...


จุนฮยองน่ะ...รักพี่ชายนายมากเลยนะ...”


......” อย่างั้นเหรอ.....มิน่าล่ะ...สภาพของผู้ชายคนนั้นในคืนนั้น..ถึงไม่ต่างกับเขาเลย...



ร่างบางตัดสินใจลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบแผ่นกระดาษสีขาวจากในเป้ออกมา..รูปของตึกสูงสีขาวและตัวหนังสือสีดำด้านหลัง

ถูกวางลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวนุ่ม...มือหนาหยิบมันขึ้นมา ไมไ่ด้พลิกอ่านด้านหลัง เพียงแค่มองภาพบนโปสเตอร์เท่านั้น..


พี่นายคงจะกลับไปปารีสนะ” ดูจุนเอ่ยก่อนจะยื่นโปสการ์ดกลับคืนให้ร่างบาง...ตัวหนังสือสีดำด้านหลังยังคงไม่ผ่านสายตาคมนั่นสักนิด

ถ้ามันทำให้โยซอบลำบากใจ..เขาก็ไม่อยากจะอ่านมัน...



ฉันรู้ว่านายคิดอะไรอยู่...นายคิดว่าฉันพานายมาอยู่ด้วยเพื่อดูเล่นเฉยๆงั้นเหรอไง?”

ประโยคชวนโมโหออกจากปากร่างสูงอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงยุน ดูจุนก็ไม่สามารถพูดดีๆได้เลยใช่ไหมนะ?


แล้วคุณคิดว่าที่ผมยอมมาอยู่ด้วยน่ีมันเพราะอะไร?” ไม่ใช่ประโยคคำตอบแต่กลับถามสวนกลับไป..ร่างบางยังคงยืนค้ำดูจุนอยู่อย่างนั้น

งี่เง่าชะมัด...เขาว่าเขาโง่แล้วนะ..ดูเหมือนว่าดูจุนจะโง่กว่าเขาเสียอีก...


ไหนบอกรักฉันซิ?”

......” เอาจริงหรอ?...มันไม่ได้พูดง่ายๆนะ คนอย่างยางโยซอบก็มียางอาย(บ้าง)เหมือนกันนะ!



ง่วงแล้วอ่ะ..” แต่เรื่องแถมันถือเป็นสกิลที่ติดตัวมาตลอด

ถ้าไม่พูดนายคงไม่รอดถึงพรุ่งนี้เช้านะ”

.......”

- -;;”


พรุ่งนี้ไมไ่ด้เหรอ = ,. =??”

ยาง-โยซอบ -_____-;;”


เขารู้ว่าสักวันเขาต้องบอกคำนั้นกับดูจุนแน่ๆ แต่ไม่ว่ายังไงมันก็...เขินอยู่ดีนี่นา....

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดนานไปกว่านี้ไมไ่ด้แล้ว สีหน้าของคนตรงหน้าน่ากลัวเกินไปแล้ว..


ฉันชอบนาย..”

พูดได้แค่นี้แหละ ถ้าไม่ชอบก็ไปหาคนอื่นเลย!” ตะโกนแหวออกไปก่อนจะล้มตัวลงบนที่นอน มือขาวดึงผ้าปูที่นอนผืนหนาสุดแรง

บ้านนี้อะไรมันก็ใหญ่เกินไปเสียหมด...หนักชะมัด=_____=;;;


ดูจุนเอื้อมดึงผ้านวมผืนหนาคลุมร่างบางที่ดูเหมือนจะไม่มีแรงดึงมันขึ้นมาด้วยตัวเอง...เหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงสบถเบาๆจากร่างบาง

เขาหลุดยิ้มอีกครั้งกับท่าทีคนตรงหน้าที่นอนหันหลังให้เขา โยซอบเขยิบหนีจนแทบจะตกขอบเตียงอยู่แล้ว...


ก็ยังดีนี่” เสียงทุ้มเอ่ยก่อนจะล้มตัวลงนอนบ้าง..มือสัมผัสไปที่หัวเตียงก่อนที่ทั้งห้องจะมืดลง..



ถึงโยซอบจะไม่พูด...เขาก็รับรู้ถึงมันได้อยู่ดี

ถึงโยซอบจะไม่ยอมรับ...เขาก็จะทำให้โยซอบยอมรับเอง..


ดูจุนยิ้มบางกับตัวเองอีกครั้ง หันไปมองแผ่นหลังบางข้างกาย แต่กลับเจอเข้ากลับสิ่งแปลกปลอมน่าตาประหลาดที่คั่นกลางเขาทั้งสองอยู่

โยซอบเอามันมาวางตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...ดูเหมือนว่าเขาจะต้องกำจัดไอ้เป็ดนี่ให้ได้สักวันแน่ๆ - -”



............


......



เขาอุสาห์จะเขยิบเข้าไปใกล้แล้วนะ..ก็จริงอยู่ที่เมื่อกี้นี้เขาก็เกือบจะตกเตียงสูงนั่นอยู่แล้ว ก็นอนสุดขอบเสียขนาดนั้น...

แต่เขาก็อุสาห์จะเขยิบเข้าไปนอนข้างๆแล้วจริงๆนะ...แต่หมอนั่นเอาแต่ยิ้มอยู่คนเดียวอีกแล้ว..ก็เลย...ให้'คนรู้จัก'หมอนั่นมานอนข้างแทนเสีย



บางที..มันคงจะต้องเป็นไปอย่างช้าๆจริงๆ




'

:

we're just ordinary people

may be we should take it slow.....






This time we'll take it slow....




'

:

End.



} Dedicate to all Dooseob Fan ♥




special thanks

vipz, D.exiT, kunnnna, bank_cs, pololand, SEXYBoojae, remind64, TAOKIE, por_ms, forfeer,aidenann, Sorn, rokkygirl, muxmila, BumBimKJJ, macaron, Eunjin-a, # RAY B2ST 4ever,petchzapunkza, dandelion, thejingz, poppipo, craziiz, Nookber+, bozang, B2ST06doll, niecez, Sorn,biiwz, I Am., PeanutSu, bechoose, petchzapunkza, doraaung, funny_jun, dekdontee, po_po, i AM NoK, .KARROK*,Soup_kApii, SAKANA_NAY, sakura-japan, JoKeR, cherbey, Rain_kaze, pierriette, idrama, fullmoonny, romiona, Tomika, mickey_me, zoaloha, peachiies_ladyz, oxygen, pepero


ขอบคุณที่ทำให้ฟิคเรื่องแรกของเราจบได้ด้วยดีนะคะ(/โค้ง) ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแต่งฟิคยาวจบได้เลยค่ะ =____=

มีหลายเม้นที่อ่านแล้วเขินไปเลยค่ะ บางท่านเม้นดีจนแทบอยากวิ่งเข้าไปกอดเลยค่ะ ฮ่าๆ ขอบคุณมากๆนะคะ^^

แล้วก็ขอโทษที่หายไปช่วงนึงด้วยค่ะ หายไปซะนาน กลับมาคนอ่านหายเลย ฮ่าๆๆ T,.T ไม่รู้เพราะซึ้งหายไปรึเปล่า

บางช่วงที่นั่งแต่งๆก็สนุกกับการเขียนพาทของปิ้นซึงมากกว่าดูซอบที่เป็นคู่หลักอีกค่ะ ฮ่าๆๆ (/โดนปาขวด)

,ส่วนพาทนี้และรวมทั้งหมดแต่ต้นจนจบก็ติชมได้นะคะ : )


ปล. ไรท์เตอร์ชื่อแพทค่ะ(17) เรียกตามสะดวกนะคะ =///=



Preview of special parts

 

 

รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่เสียแล้ว จุนฮยองเดินลากกระเป๋าหนังใบโตอย่างไร้จุดหมาย..ออกไปก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่ดีว่ะ..

มือไล่กดหารายชื่อเพื่อนสนิทของเขาจากแบลคเบอรี่ในมือ..ที่พึ่งสุดท้ายในขณะนั้น



เฮ้ย...กูอยู่ปารีสแล้วว่ะ เออ..กูอยู่ได้..แต่ตอนนี้กูยังไม่มีที่พักเลยว่ะ ฮ่าๆๆ”




...นาย...อยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม?...ฉันจะเจอนายใช่ไหม?


....จาง ฮยอนซึง....

 

 

 _______________________________________________

 

♥ ฟิคเรื่องนี้รีอัพจากบอร์ดb2stthailandที่ปิดไปนะคะ เสียดายคอมเม้นที่หายไปหมดเลยT T

เลยกะว่าอย่างน้อยก็เอามาเก็บไว้ในนี้ละกัน....

 

, see you in b2st-thailand *


 

[Fic] Passionato (Ch.13)

posted on 03 Aug 2010 16:10 by lapinroz

Title: Passionato (Chapter XI)

Author: lapinroz

Rating: pg-13

Pairing/Characters: Doojun x Yoseob / JunHyung x Hyunseung

Disclaimer: ตัวละครในเรื่องมีตัวตนอยู่จริงแต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด 

Tempo : Adagio (pp)

Expression : Dolce


 




คู่หนุ่มสาวเดินเคียงคู่กันออกจากไนท์คลับชื่อดัง วันนี้อะไรก็ดูแกร่วไปเสียหมดจึงเลือกที่จะไปต่อร้านอื่นแทนเสียเลยดีกว่า

ลัมโบกินี่สีดำปลาบแล่นตรงมาด้วยความเร็วหักเลี้ยวเข้าที่จอดรถvipหน้าร้านพอดิบพอดี น้ำฝนสาดกระเซ็นเปรอะไปทั่วบริเวณ

คู่รักที่พร้อมจะวีนคนขับรถได้ทุกเวลาที่ก้าวออกมาจากรถหรูนั่น หากแต่แววตาของชายหนุ่มร่างสูงที่ก้าวออกจากรถสีดำ...ไม่มีใครกล้าหือ...


ขายาวรีบก้าวขึ้นไปยังชั้นลอยของร้าน โต๊ะvipที่ตั้งอยู่สุดปลายทางเดิน...เหล้าเบียร์และอะไรหลายอย่างที่กองเกลื่อนไปหมด

แลดูเหมือนจะมีปาร์ตี้ใหญ่เว้นเพียงแค่ว่าที่เห็นตรงหน้ามีเพียงชายหนุ่มสองคน คนที่เขารู้จักดีและอีกหนึ่งที่เขาไม่รู้จัก..อีกแล้ว

เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วหนึ่งในนั้นเป็นฝ่ายที่โทรมาเรียกเขาด้วยประโยคเดียวคือ'รีบมาที่นี่ที' ประโยคเชิงขอร้องนั่น..

บางอย่างที่ดลใจให้เขาต้องเหยียบคันเร่งมาถึงที่นี่ภายในแค่5นาที..ร่างบางที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ..ในสภาพแบบนี้...

เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ทองที่ฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะสีดำเงานั่น ทำไมเขาจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นใคร?

เขาควรจะทักอย่างไรดี'ยินดีที่ได้รู้จักงั้นเหรอ?' ..ไม่ว่ายังไงเขาก็ทำเป็นไม่รู้จักไม่ได้จริงๆ..อยากจะพากลับบ้านตอนนี้เลยเสียด้วยซ้ำ

สภาพของไอ้จุนฮยองก็ไม่ได้ต่างกันเลยสักนิด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะโทษใครดี จะคุยรู้เรื่องอยู่รึเปล่ายังไม่รู้เลย....


จุนฮยอง...” เขาเลือกที่จะทัก'คนรู้จัก'


ร่างที่นั่งเอนหลังพิงไปกับเบาะหนังสีดำขลับ สายตาเหม่อมองออกไปยังฟอลล์ด้านล่างที่เต็มไปด้วยผู้คน

ตาเรียวเสกลับมามองใบหน้าแขกที่เพิ่งมาเยือนตามเสียงเรียก...พอเจอเข้าก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี...


ตอนนี้...มึงอยู่กับใคร?” ร่างที่ดูไร้สติถามขึ้นมา ไม่มีคำทักทายใดๆก่อนทั้งนั้น...เพราะมันไม่สำคัญเท่า..เขาจะมีแรงพูดได้อีกนานแค่ไหนเชียว

...หลุบตาลง..สายตามองเศษแก้วที่เกลื่อนกระจายใต้โต๊ะ ก้อนน้ำแข็งที่ร่วงหล่น หลอมละลายเจิ่งนองพื้นซึเมนต์


หมายความว่าไง?” เขาไม่เข้าใจว่าจุนฮยองต้องการอะไรกันแน่ เขาอยู่กับใคร? งั้นเหรอ?



หากแต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้สานต่อบทสนทนา ขวดวอดก้าถูกยกขึ้น..ไม่ได้จรดลงบนริมฝีปากหรือแก้วใดๆ

แต่กลับเป็นมุมโต๊ะสีดำนั่น..ขวดใสกระแทกลงอย่างแรง ของเหลวภายในสาดกระเซ็นไปทั่ว...พร้อมๆกับเศษแก้วที่ร่วงหล่นบนพื้นอีกครา...

ร่างที่เมามายพยายามทรงตัวยืนหากแต่ฤทธิแอลกอฮอล์ที่เกินความควบคุมของร่างกายกลับเป็นฝ่ายชนะ

มือบางเท้าลงบนโต๊ะเย็น..ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นขึ้นมา เศษแก้วบนโต๊ะที่บาดลึกลงบนมือขาว...


กลับไปซะ!” ปากขวดที่เพิ่งถูบทุบจนเป็นซี่แหลมถูกยื่นออกมาจ่ออยู่ตรงหน้าร่างสูง...

มาที่นี่ได้ยังไงกัน...ทำไมยังไม่ออกไปจากชีวิตเขาเสียที...



เรารู้จักกันด้วยงั้นเหรอ?” ใบหน้าเรียบตอกกลับมา..ใครกันที่เป็นคนยื่นข้อเสนอนี้...เขาไม่อยากเห็นโยซอบให้สภาพนี้

บางทีคนตรงหน้าก็อาจจะไม่ใช่โยซอบจริงๆ...ใช่ไหม? ทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ?


ก็เชิญกลับไปหา'คนรู้จัก'ของคุณสิ!” น้ำเสียงกระแทกกระทั้น เน้นย้ำคำประชดร่างสูงตรงหน้า..


นายรู้เหรอว่าเค้าเป็นใคร? อยากไปพบเค้ากับฉันไหมล่ะ?” ดูจุนยังคงตอบด้วยเสียงเรียบ

สายตาที่เริ่มจับจ้องไปที่มือของร่างบาง...ไม่ใช่ขวดวอดก้าที่จ่อหน้าเขาอยู่ แต่เป็นเลือดสีแดงที่ซึมผ่านมือบางนั่น..


ริมฝีปากบางเม้มแน่นหลังจากร่างสูงจบประโยค..อยู่ด้วยกันจริงๆงั้นเหรอ?



กลับไป...ซะ...”



สบสายตากับดวงตาคมอีกครา ก่อนที่แผ่นหลังหนาจะค่อยๆไกลออกไป...จบแค่นี้เอง..อย่างนั้นเหรอ?

ริมฝีปากแห้งผากเริ่มขึ้นสี..แรงกัดเม้ม...เขาพยายามเก็บอะไรไว้งั้นเหรอ..ในเมื่อน้ำตา..ร่วงหล่น..ไม่หยุดขนาดนี้...


จุนฮยองมองแผ่นหลังของเพื่อนสนิทของตนที่เดินกลับออกไป..แบบนี้มันดีแล้วเหรอ? มันเป็นแบบนั้นจริงๆงั้นเหรอ?

ไม่ว่ายังไง...เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี..เขายังปักหลักกับความเชื่อมั่นของตน..กับฮยอนซึงที่เขารู้จัก..

สายตาเหลือบมองอีกแผ่นหลังบางที่สั่นเทิ้มตรงหน้า...



บางที...อาจจะมีคนที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเขาอยู่...




ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ๊ทสีดำเดินกลับขึ้นมาอีกครา..ฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าร่างบางที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม..

กระบอกปืนสีดำในมือถูกยกขึ้นไปยังร่างบาง ดวงตาแดงก่ำจ้องกลับมา ชั่ววูบที่เขาแววตาหวาดกลัวภายใน

ราวกับวันแรกที่ได้พบเจอภายในร้านบยองฮี...แต่ก็แค่ชั่ววูบ...เท่านั้น....


ริมฝีปากเม้มแน่นจับจ้องไปยังปลายนิ้วที่พร้อมจะเหนี่ยวไกลปืนได้ตลอดเวลา... เสียงเพลงภายในร้านยังคงดังอึกทึก

ของเหลวที่เหลือภายในแก้วใสสั่นไหวไปมาตามจังหวะบีทของดนตรี...เหล่าผู้คนที่มีความสุขอยู่เบื้องล่างนั่น...



มากับฉัน...” ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ..แต่กลับเย็นยะเยือก..


บ้าไปแล้วเหรอวะ ดูจุน เก็บปืนมึงไป!” จุนฮยอนตะโกนออกไปเมื่อเห็นปืนกระบอกสีดำในมือเพื่อนร่างสูง

ไม่เกี่ยวกับมึง!” เสียงทุ้มตะคอกกลับไปหากแต่สายตายังคงจับจ้องไปยังร่างบางตรงหน้า...




มึงก็ไม่เกี่ยวกับเค้าแล้วเหมือนกัน!”



สายตาทั้งสองคู่ยังจ้องกันอยู่อย่างนั้น...สายตาว่างเปล่า..ไม่เหลืออะไรภายใน..


กลับเป็นดูจุนที่เป็นฝ่ายยอมแพ้ ปากกระบอกปืนถูกลดลงในที่สุด...ถึงแม้แค่ชั่ววูบที่แววตาที่เห็นยังเหมือนเคยแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะสามารถเข้าไปรั้งโยซอบให้ไปกับเขาเหมือนครั้งวานได้...ชั่ววูบนั้นที่เขาเริ่มรับรู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่...

เขากำลังทำผิดต่อตนเอง..ต่อโยซอบ..คำสัญญาของคนแปลกหน้า... กลับเป็นเขาที่ถือปืนจ่อใบหน้าเปื้อนน้ำตานั่น..

เขาพูดแบบนั้น...และมันก็เป็นความจริง...เขาเคารพการตัดสินใจของโยซอบ..สามารถมอบให้ได้ทุกอย่าง..



หากแต่เลือดสีแดงฉานเป็นคำตอบของทุกอย่าง..เขาอดห่วงคนคนนี้ไม่ได้...


ประโยคที่เพิ่งได้ยิน...ตอกย้ำสถานภาพของคนทั้งคู่...ใช่....เขายอม แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีความรุ้สึก...

ขวดวอดก้าไม่เหลือสภาพในมือบางร่วงหล่นบนพื้นเย็น จังหวะที่เสียงดนตรีในร้านหยุดลง เสียงแก้วแตกดังก้องไปทั่ว

ช่วงเวลาที่เหมือนทุกอย่างหยุดลง ความรู้สึกเหมือนลอยเคว้ง..ร่างบางเซไปตามแรงดึงจากมือแกร่ง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขัดขืนใดๆ...


เพราะฤทธิแอลกอฮอล์...

เพราะบาดแผลบนมือ....

หรือเพราะเป็นคนคนนี้....


เพราะเป็นยุน ดูจุนรึเปล่า?




................................................................

.................................



ฝูงคนที่แยกตัวออกเปิดทางให้ชายหนุ่มสองคนเดินแทรกตัวออกไป...ไม่ว่าใครเห็นสภาพของทั้งคู่ก็ต้องทำอย่างนั้นแน่ๆ

หนึ่งร่างที่ยังคงกำกระบอกปืนไว้แน่น..ใบหน้าจริงจังที่ดูรู้ว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อารมณ์ที่พร้อมจะประทุได้ทุกเมื่อ...

และหนึ่งร่างที่มือซ้ายอาบไปด้วยเลือดที่แดงสด...ในหน้าขาวซีด..ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ...


ร่างบางถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับเบาะรถที่นั่งข้างคนขับก่อนที่เสียงประตูจะปิดลง..ประตูอีกฝั่งที่ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูง

ทำไมมันดูคุ้นจังนะ...ตอนที่เจอกันครั้งนั้นก็เป็นแบบนี้...ยุนดูจุนที่ไม่พูดไม่จาแล้วพาเขาขึ้นรถในคืนนั้น..

ครั้งนี้ร่างบางไม่ได้ขัดขืนอะไร ยังคงนั่งอยู่เฉยบนเบาะหนังเอี้ยวตัวเหม่อมองออกไปภายนอกหน้าต่างรถ...

เขาไม่รู้สึกอะไรแล้วจริงๆ ไม่ห่วงอะไรแล้วทั้งนั้น...แม้แต่มือที่อาบไปด้วยเลือดก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยสักนิด...

ไม่ว่าจุดหมายจะเป็นที่ไหนก็ไม่สำคัญ..จะพาไปหา'เค้าคนนั้น'อย่างนั้นเหรอ?.




..เริ่มรู้สึกเจ็บข้างในขึ้นมาเสียแล้วสิ..


....


..


ชายหนุ่มสองคนนั่งเงียบภายในรถคันหรู ไม่มีบทสนทนา ไม่แม้แต่จะหันไปมอง... สายตาจับจ้องไปเบื้องนอก

สองข้างทางที่เริ่มคุ้นเคยขึ้นเรื่อยๆ ทางลาดขึ้นไปบนเนินเขา... ต้นไม้ตามริมสองข้างทางที่เคยสะพรั่งไปด้วยกลีบสีชมพูอ่อน

บัดนี้เหลือเพียงกิ่งไม้ราวกับไร้ซึ่งชีวิต... เม็ดฝนตกลงกระทบกระจกรถ...ร่างบางจับจ้องไปยังหยาดฝนที่ค่อยๆไหลริน..

เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงเมื่อรู้ว่าจุดหมายคือที่แห่งใด..ที่เหลือมีเพียงแค่'อะไร'ที่รอเขาอยู่ที่นั่น...



ลัมบูกินี่สีดำหยุดลงตรงหน้ารั้วเหล็กดัดที่ค่อยๆเลื่อนตัวเปิดทางให้รถแล่นเข้าไปหลังจากที่เจ้าของรถกดออโต้คีย์

บ้านหลังใหญ่ยังคงเงียบเชียบเฉกเช่นวันวานที่เขาเคยมาเยือน...ยังรู้สึกเหมือนเมื่อวานเสียด้วยซ้ำ

ประตูรถถูกเปิดออกกว้างพร้อมกับร่างสูงที่ยืนคอยเขาอยู่..รู้ดีว่าโยซอบไม่ต้องการให้เขาช่วยแน่ๆ เพียงต้องกายก็ไม่สามารถ..

ร่างบางยันตัวลุกขึ้น ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนตรงหน้า..เดินตามแผ่นหลังหนาเข้าไปภายในตัวบ้าน

กลิ่นชื้นของดินหลังฝนตกหายไป แทนที่ด้วยความเงียบเชียบภายในตัวบ้าน...เหมือนเดิมทุกอย่าง...



หากเพียงแค่โยซอบจะสังเกตุเพียงนิด...ซากลูกโป่งที่ตกลงบนหญ้าที่ชุ่มน้ำ...หมดลม..และร่วงหล่นในท่ีสุด...



รอตรงนี้...” เสียงแผ่วจากร่างสูงตรงหน้าที่เดินขึ้นบันไดวนที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เหม่อมองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆหายไปในความืด

วันนี้..เขาได้เพียงแค่มองแผ่นหลังนั่น...ค่อยๆไกลออกไป..เขาเริ่มจะชินกับมันแล้ว...


โยซอบนั่งลงบนขั้นบันไดหินอ่อน สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของมัน...แหงนหน้าขึ้นมองเพดานสูง

สายตาประจบกับแชนเดอเรียโคมใหญ่ที่เด่นหราอยู่กลางเพดานห้องโถง ใหญ่โตแต่ดูไร้ราคา...

คริสตัลที่เรียงร้อยสวยงามไร้ซึ่งประกายใดๆ เพราะขาดแสงไฟ ไม่มีแม้กระทั่งแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้...

สายตาลอบมองไปยังห้องที่เขาคุ้นเคย ห้องสีขาวและแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถมองลอดเข้าไปได้

เห็นก็เพียงแต่ขอบประตูเท่านั้น...ช่วงเวลาที่เขาลอบถอนหายใจกับตนเอง สัมผัสแปลบที่ได้รับบนมือซ้าย

ตากลมโตหันกลับไปมองมือของตนที่ถูกกอบกำด้วยอีกมือหนึ่ง ร่างสูงที่กำลังคีบเศษแก้วที่ฝังตัวอยู่ในมือเขา

เขาไม่ได้ขัดขืนอะไร ไม่แสดงอาการใดๆทั้งสิ้น ตลอดเวลาที่สำลีและน้ำใสๆนั่นกระทบลงบนผิวกาย...เจ็บ..แต่ฝืนทน..


มีอะไรจะพูดรึเปล่า?” ผ้าพันแผลสีขาวถูกเก็บลงในกล่องดั่งเดิม..ร่างสูงเอ่ยขึ้นก่อนจะปิดกล่องลง

เพราะความเงียบที่เอ่อล้นห้องโถงกว้าง แม้เพียงเสียงแผ่วก็สามารถก้องไปทั่ว...


ขอบคุณ...”



ร่างสูงถอนหายใจ มือสองข้างเท้าข้างลำตัว เอนพิงไปกับขั้นบันไดขั้นต่อไป...สัมผัสเย็นผ่านจากหินอ่อนผ่านสาบเสื้อ

ไม่ได้ต้องการคำขอบคุณ..เขาก็แค่อยากรู้้ความหมายจากแววตานั่น..แววตาที่มองตรงไปยังห้องสีขาว..

สายตาคมเหม่อมองออกไปภายนอก..ได้ยินเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยลงมา.. เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่...


นี่เรา...กำลังทำอะไรกันอยู่...



เนิ่นนานที่ชายหนุ่มทั้งสองเพียงแค่นั่งอยู่อย่างนั้น รับฟังเสียงสายฝนแผ่วภายนอกนั่น...

ร่างสูงที่นั่งสูงขึ้นมาหนึ่งขั้นบันไดยันตัวลุกขึ้น...เป็นเขาทุกทีที่ต้องยอมแพ้...


คงไม่หยุดง่ายๆ....ขึ้นมาสิ”





นั่นเป็น......ประโยคคำสั่งใช่ไหม?



...............


.......


ตลอดเวลาที่เขาเพียงแค่ก้มลงมองฝีเท้าคนตรงหน้า และก้าวซ้ำรอยนั้นไปเรื่อยๆ ทางเดินมืดสนิท

เสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นเป็นพักๆ ก็กลัวอยู่หรอก...แต่จะทำอะไรได้ล่ะ... ฝีเท้าคนตรงหน้าหยุดลง

ร่างบางเงยหน้ามองทางเบื้องหน้าในที่สุด ร่างสูงจับลูกบิดประตูสีทอง ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก

ร่างสูงเอื้อมมือกดสวิทไฟ แสงไฟสว่างวาบ..ภาพของเตียงนอนสี่เสาหลังใหญ่กลางห้องนอนกว้าง..

กระนั้นโยซอบยังคงหยุดยืนอยู่หน้าประตู เขาควรจะก้าวตามอยู่รึเปล่า?


เข้ามาสิ” นี่ก็...ประโยคคำสั่ง..ใช่ไหมนะ?


ร่างบางถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงนุ่ม ฟูกหนาที่ยุบตัวลงตามแรงกดของร่างบาง..ทำตัวไม่ถูกเลยจริงๆ..

ที่นี่มันคนละห้องกับที่เขาเคยอยู่...คืนแรกที่ดูจุนพาเขามาที่นี่..ห้องนี้ดูใหญ่กว่าสองเท่าได้เลยล่ะมั้ง..

ไม่รู้ว่าจะมีเยอะแยะไปทำไม ในเมื่อสุดท้าย...ก็อยู่ตัวคนเดียวอยู่ดี...ไม่สิ...ใครอีกคน..


แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟบนหัวเตียงสว่างขึ้นก่อนที่ร่างสูงจะเดินกลับไปยังประตูบานเดิม..

ห้องทั้งห้องมืดสนิทลงอีกครั้ง เหลือไว้เพียงแค่แสงสีอ่อนข้างหัวเตียง ประตูไม้บานใหญ่ถูกปิดลงอีกครั้ง

เหลือเพียงร่างบางที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงกว้าง.. และเสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นเป็นระยะ...




......................................................................................

.......................................................




แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านผ้าม่านกระทบลงบนเปลือกตาเด็กหนุ่มพอดิบพอดี

ร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่ง..จะของใครได้ถ้าไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังนี้..

มือขาวยันไปกับผ้าปูสีขาว เสียงสบถเบาๆเมื่อความเจ็บแปล่บแล่นปลาบจากมือซ้าย

ความเจ็บปวดทำให้ความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มชัดเจนขึ้นอีกครั้ง...


..........

.....


สองเท้าค่อยๆก้าวลงจากบันไดหินอ่อน..เย็นเหมือนเคย..สาวเท้าไปตามเสียงที่ตนได้ยิน..เสียงเครื่องต้มกาแฟ..

ดุจุนเหลือบมองร่างบางที่เพิ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ในห้องครัว ชั่วครู่ที่แววตาทั้งสองประจบกัน.. ยังคงไม่เกิดบทสนทนาใดๆ



เมื่อคืน..ขอบคุณนะ..” ครั้งนี้กลับเป็นร่างสูงที่กล่าวขอบคุณ..


โยซอบเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นเจ้าของบ้านก็ยังลอบเห็นมันอยู่ดี..

ร่างบางเดินออกไปนั่งลงบนเก้าอี้ห้องอาหาร..โต๊ะสีขาวยาวจนเกินจะเรียกว่าโต๊ะอาหารสำหรับเขา..


ความจริงมันก็แค่ผ้าห่ม...ใช่...เมื่อคืน..เพราะเขาทนนอนฟังเสียงฟ้าร้องนั่นต่อไปไมไ่ด้ ก็แค่สงสัยว่าดูจุนจะไปอยู่ที่ไหน..

สุดท้ายก็ต้องออกจากห้องนั้นลงมาด้านล่าง เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่เขาจำได้ บ้านหลังนี้ใหญ่เกินไปจริงๆ

ไม่รู้ว่าทำไมถึงตรงไปยังห้องนั้น..ห้องสีขาวที่มีเปียโนตั้งอยู่..


วินาทีที่ก้าวเข้าไป สิ่งที่เห็นคือร่างสูงที่นั่งอยู่บนพื้น..เคียงข้างแกรนด์เปียโนหลังใหญ่..ฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้

ท้องฟ้าเริ่มเปิดทางให้แสงจันทร์ทอผ่าน แสงนวลสาดกระทบลงใบหน้าคมคาย เปลือกตาที่ปิดสนิท...

สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะลากผ้าห่มที่มีมากเกินไปบนเตียงกว้างนั่นลงมาด้านล่าง..คลุ่มร่างที่หลับสนิทอยู่

...ก็แค่นั้น...ก็แค่เพราะข้างล่างนี่มัน..หนาวเกินไป.. ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ทำแผลให้...


กลิ่นหอมอ่อนๆลอยขึ้นแตะจมูกขัดความคิดของเขา กลิ่นกาแฟที่โชยออกมาตามแก้วสีขาวในมือร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้

พร้อมกับชามอีกใบในมือ ชามสีขาวถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้าร่างบาง ก็แค่โจ๊กธรรมดาทั่วไปเท่านั้น..

แต่ที่น่าแปลกคือ คนอย่างยุน ดุจุนเป็นคนทำมันเองกับมือ...


ข้างนอกหนาวนะ...” นั่นคุยกับเขารึเปล่านะ ร่างบางลอบมองเชฟประจำมื้อเช้านี้ที่กำลังจิบกาแฟดำในมือ

แผ่นหลังพิงไปกับผนังวอลเปเปอร์สีครีมอ่อนเรียบหรู..ดูอบอุ่น หรือเป็นเพราะแสงแดดสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่สุดปลายห้อง..

บางทีก็อาจจะทั้งสองอย่าง...ไม่รวมร่างสูงตรงหน้าที่กำลังยิ้มกับตัวเองอยู่..


มือบางหยิบช้อนขึ้นมา มื้อแรกที่ต่างออกไปจากทุกวัน..

....ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเสียทีเดียว....



เจอเขาแล้วรึยัง?” เป็นอีกครั้งที่ดูจุนยุติความเงียบที่เอ่อล้นห้องกว้าง เอ่ยขึ้นมาลอยๆ ไร้ซึ่งเหตุผล..และยากที่จะเข้าใจ..

............” เพราะอย่างนั้น เขาจึงไม่เลือกที่จะเอ่ยคำใดๆกลับไป


หมอนั่นน่ารักนะ...”

...........” เสียงช้อนกระทบลงกับก้นชามกระเบื้องสีขาว ช้อนสีขาวนอนแน่นิ่งอยู่ในชามข้าว..

ร่างบางทำท่าเหมือนจะลุกออกไป..ไม่รู้ทำไม แต่ดูเหมือนเพราะรู้สึกร้อนที่นัยด์ตา..เหมือนตาจะเริ่มพร่ามัว..


เมื่อคืนหมอนั่นก็นอนอยู่ข้างๆนายนะ”

..........” เมื่อคืนเขานอนกับใคร..งั้นเหรอ?




ไอ้เป็ดนั่นน่ะ..” ทันควันที่สายตาทั้งคู่ประจบกัน โยซอบหลบสายตาลงเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ร่างสูงส่งกลับมา..

ผู้ชายคนนี้...อารมณ์ดีนักเหรอไงกัน..


อาหารไม่อร่อยเหรอ?”

.......” ร่างบางยังคงไม่ตอบคำถามใดๆของร่างสูง เพียงแค่หยิบช้อนขึ้นมาไว้ในมืออีกครั้งเป็นคำตอบเท่านั้น..


ดูจุนลอบยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง เช้านี้ดูเหมือนจะสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมา...ตั้งแต่มีร่างบางอยู่ด้วย..

เขารู้ว่าเขาไมไ่ด้คิดไปเอง เหมือนเขาเห็นรอยยิ้มเพียงวูบนึงแต้มอยู่บนใบหน้าขาวนั่นหลังจากที่บอกว่า'คนคนนั้น'คือใคร

เขายิ้มอีกครั้งเมื่อหันกลับไปเห็นความว่างเปล่าภายในชามสีขาวนั่น...


เดี๋ยวฉันเก็บเอง” ร่างสูงวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะ กาแฟสีดำภายในไม่ได้พร่องลงไปเลยสักนิด

จะพร่องลงไปได้ไงในเมื่อเขาไมไ่ด้ดื่มมันเลยสักนิดเดียว ก็แค่ยกขึ้นมาปิดรอยยิ้มที่เขาพลั้งเผลอเมื่อมองไปยังร่างบางก็เท่านั้น

มือหนายกชามเซรามิกสีขาวกลับเข้าไปในครัว ก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ


จะไม่ให้ผมทำอะไรเลยเหรอยังไง” ประคบประหงมเสียขนาดนี้...


ก็ทำอยู่นี่...” แก้มน้ำถูกส่งต่อไปยังมือบาง

ในที่สุดนายก็พูดอะไรบ้าง” ร่างสูงเอ่ย แต่สิ่งทีไ่ด้รับมีเพียงใบหน้าร่างบางที่ค้อนใส่เขา.. ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เขายิ้มได้อยู่ดี





อย่างน้อยโยซอบก็พูดกับเขา...อย่างน้อยโยซอบก็มองมาที่เขา


.....อย่างน้อย....เราก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น....อีกครั้ง....


'
:

to be continued...